Header Ads

การฟื้นฟูแปลงผัก และการปลูกผัก หลังน้ำท่วมลด


          ผักเป็นพืชส่วนใหญ่ที่อายุสั้น มีระยะรากตื้น เมื่อแปลงผักประสบอุทกภัยมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานติดต่อกันหลายสัปดาห์ ทำให้พืชผักเสียหาย โดยส่วนใหญ่จะตายหมดหากมีน้ำท่วมขังติดต่อกันเกินกว่า 5-7 วัน นอกจากนั้น หากน้ำท่วมขังเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ จะทำให้สภาพพื้นที่ปลูกแบะโครงสร้างของดินในแปลงปลูกผักเสียหาย เมื่อน้ำลดจะยังไม่สามารถปลูกผักได้ทันที จำเป็นต้องมีกาารจัดการฟื้นฟูสภาพดินให้เหมาะสม และเมื่อปลูกผักในแปลงปลูกหลังจากน้ำลดใหม่ๆ จำเป็นต้องมีการดูแลรักษาที่พิถีอิถันกว่าปกติ ถ้าจะเริ่มปลูกผักใหม่ มีข้อควารพิจารณาดังนี้


การเตรียมดินและการจัดการดิน
          1. พื้นที่หลังน้ำลดระยะแรกที่ดินยังเปียกอยู่ ห้ามคนและสัตว์เลี้ยงเข้าไปเหยียบย่ำในแปลงปลูกรวมถึงห้ามนำเครื่องจักรเข้าไปในพื้นที่ เพราะจะทำให้โครงสร้างของดินที่เปียกชุ่มน้ำอยู่มากมีการอัดแน่นทำให้เกิดผลเสียต่อการไหลซึมของน้ำและเมื่อดินเริ่มแห้งโครงสร้างของดินจะจับกันแน่นและแข็งตัวมาก ทำให้ยากต่อการปรับปรุงดินเพื่อปลูกผักให้ได้ผลดี

          2. พื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่บ้าง ควรหาทางระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด เช่น การขุดร่องระบายน้ำเพื่อให้เกิดทางน้ำไหลออกจากแปลงโดยเร็ว

          3. เมื่อพื้นที่เริ่มแห้ง สภาพดินแห้งพอที่จะเข้าไปปรับสภาพดินเพื่อปลูกผักได้ ให้ทำการขุดเพื่อหรือไถเพื่อตากดินไว้ 2-3 วัน เพื่อให้ดินแห้งมากขึ้น และควรหาปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยคอกเก่าคลุกเคล้าดินเพื่อให้ดินมีคุณสมับติทางกายภาพในการปลูกพืชที่ดีขึ้น และเป็นการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์แก่ดิน รวมทั้ง อาจมีการให้ปูนขาวหรือโดโลไมท์ในการปรับปรุงดินด้วย เพื่อป้องกันปัญหาโรครากเน่า


การเลือกชนิดผักที่จะปลูก
          ชนิดผักที่จะปลูก เลือกปลูกผักที่มีอายุสั้นเก็บผลผลิตได้เร็ว เป็นผักที่นิยมบริโภค ถ้าปลูกขายให้คำนึงถึงความต้องการของตลาดด้วย

การเลือกพันธุ์ผัก
          พันธุ์ผักที่ใช้ เลือกพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพดิน ฟ้า อากาศ และสภาพพื้นที่ ควรเป็นพันธุ์ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดี


วิธีการปลูก
          หากสภาพพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง หรือสภาพดินยังเฉอะแฉะมาก สามารถเตรียมการปลูกผักล่วงหน้า ด้วยการเตรียมการเพราะกล้าผักไว้ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เวลาตั้งแต่หยอดเมล็ดถึงย้ายปลูกประมาณ 10-20 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของผักและเมื่อสภาพดินในแปลงปลูกแห้งก็สามารถจะย้ายกล้าผักและย้ายปลูกนอกจากจะทำให้สามารถปลูกผักได้ทันทีเมื่อสภาพพื้นที่แห้งแล้ว ยังมีข้อดีที่ผักจะเจริญเติบโตได้ดีกว่าปลูกลงในแปลงโดยตรง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรครากเน่าและโคนเน่าระยะงอกของเมล็ดด้วย

          หากพื้นที่เริ่มมีสภาพแห้ง และสามารถขุดดินได้ ควรเตรียมดินปลูกไว้ อาจใช้วิธีการหว่านเมล็ด หรือหยอดเมล็ดลงแปลงปลูกได้ให้ระยะห่างระหว่างต้นพอสมควร รวมถึง การใช้น้ำปูนใสรดต้นกล้าและต้นผัก อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยลดการระบายของโรคที่เกิดจากเชื้อราได้


การดูแลรักษา
          มีการใส่ปุ๋ย และดูแลป้องกันกำจัดโรคแมลงอย่างสม่ำเสมอ

ข้อควรระวัง
          การปลูกผักหลังน้ำลด หากดินมีสภาพพื้นที่ชื้นแฉะมากเกินไป อาจมีปัญหาเมื่อว่านเมล็ดไปแล้วต้นกล้าอาจเกิดปัญหาโรคเน่า จึงต้องมีการปรับปรุงดินด้วยปูนขาว เพื้อปรับปรุงดินให้สภาพเป็นด่างเล็กน้อยจะทำให้ลดการระบาดของโรคได้ อัตราปูนขาวที่ใช้ 200-300 กิโลกรัม ต่อไร่ รวมทั้งการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา (เชื้อราเขียว) ใส่ลงในดินด้วย จะช่วยทำให้ป้องกันโรครากเน่าในผักได้เป็นอย่างดี

          การปลูกผักหลังน้ำลด ให้ระมัดระวังดูแลเรื่องการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเมล็ดงอกและเจริญเติบโตเป็นต้นกล้า และหากดินเริ่มแห้งมากขึ้นต้องมีการให้น้ำพอประมาณเพื่อไม่ให้ดินรัดต้นกล้าหรือต้นผักและตายในที่สุด ซึ่งไม่ใช่ปัญหาด้านโรคพืช


          หากสภาพแวดล้อมมีความชื้นในอากาศสูงมากอาจประสบปัญหาเชื้อราได้ ควรระมัดระวังอย่างปลูกผักให้แน่นหนาเกินไป หากหว่านเมล็ดและต้นกล้าแน่นมากให้ถอนต้นกล้าและเว้นระยะห่างระหว่างต้นพอสมควร รวมถึงการใช้น้ำปูนใสรดต้นกล้า และต้นผักอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยลดการระบาดของโรคที่เกิดจากเชื้อราได้ ส่วนวิธีการใช้น้ำปูนใส สำหรับรดต้นกล้าและต้นผัในแปลงปลูก โดยใช้ปูนขาว 5 กิโลกรัม ผสมน้ำ 20 ลิต กวนให้เข้ากันทิ้งไว้ 1 คืน ให้ตกตะกอน หลังจากนั้นให้นำน้ำปูนใสที่ตกตะกอนและผสมกับน้ำ ในอัตรา 1:5 รดแปลงผักอย่างสม่ำเสมอ

* * * * *
ทำเกษตรแล้วไม่มีที่ขายขายได้ที่
ตลาดกลาง "ซื้อ-ขาย สินค้าเกษตร"
ที่สมาชิกเยอะที่สุด
VV คลิก VV

แชร์...ตรงนี้  เพื่อเป็นประโยชน์ ให้เพื่อนที่ได้เห็น
VVVVVVVVV
Kaset NANA เกษตร นานา : สาระมากมายเกี่ยวกับเกษตร. Powered by Blogger.