Header Ads

จบมัณฑนศิลป์ ไหงมาเลี้ยงไส้เดือน!! เปิดฟาร์มฮิพๆ ผลิตปุ๋ยรับทรัพย์ทุกวัน


จบมัณฑนศิลป์ ไหงมาเลี้ยงไส้เดือน!! เปิดฟาร์มฮิพๆ ผลิตปุ๋ยรับทรัพย์ทุกวัน


     ทุกวันนี้ขยะเป็นปัญหาสําคัญของหลายชุมชน  สาเหตุมาจากหลายปัจจัย ในทุกวันเรากินข้าวก็มีส่วนทำให้เกิดเศษขยะจำนวนมหาศาล ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้กันไม่ตก และนับวันยิ่งทวีคูณมากขึ้นเรื่อยๆ หากมีวิธีจำกัดขยะเหล่านี้ได้อย่างถูกต้อง โดยไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมคงเป็นเรื่องดีไม่ใช่น้อยในสังคมไทย

     ปัญหาขยะเหล่านี้จะถูกนำมาแก้ไขและพัฒนา เมื่อคุณชารีย์ บุญญวินิจ หรือที่เรียกกันในแวดวงเกษตรว่า “ลุงรีย์” หนุ่มนักออกแบบผู้พลิกบทบาทตัวเองมาเป็นเกษตรกร ซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์ม Uncle Ree’s Farm (ฟาร์มไส้เดือนลุงรีย์) นำเอาไส้เดือนมาเป็นตัวช่วยกำจัดเศษขยะอินทรีย์  โดยมีผลิตภัณฑ์หลักๆ ได้แก่ ปุ๋ยมูลไส้เดือน น้ำหมักมูลไส้เดือน และไส้เดือนตัวเป็นๆ  ซึ่งทำรายได้ให้อย่างงาม


     คุณชารีย์ได้ย้อนเล่าเส้นทางชีวิต แรกเริ่มทำงานออกแบบ เป็นเจ้าของออฟฟิศตั้งแต่อายุ 21 ปี หลังจบปริญญาตรีจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ออกแบบทางเดินชีวิตด้วยตัวเองมาตลอด ผ่านประสบการณ์จากการทำงานมาหลากหลายอาชีพ โดยไม่ยึดติดว่าตัวเองต้องออกมาประกอบอาชีพตามความรู้ที่ได้เรียนมา

     โดยจัดสรรพื้นที่เป็นสัดส่วนเลี้ยงไส้เดือน เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ปลูกผักต่างๆ ที่เลี้ยงง่าย ทุกอย่างล้วนเป็นออร์แกนิค 100% ชื่อฟาร์ม Uncle Ree’s Farm ตั้งจากชื่อจริงคุณชารีย์ ด้วยความที่อยากสื่อสารให้ชัดเจน ดูเป็นสินค้าเกษตรที่ลูกค้าสามารถจดจำง่าย และอายุคนเราก็เพิ่มขึ้นทุกปี สุดท้ายก็ต้องถึงวัยที่คนเรียกว่า ลุง จึงใช้แทนตัวเองว่า ลุงรีย์  ให้เข้ากับคนไทย เมื่อโกอินเตอร์ไปต่างประเทศก็ยังสามารถใช้ชื่อนี้ได้

     หลังจากเปิดตัวได้ไม่กี่ปี ผลตอบรับดีมาก มีผู้คนให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม ทั้งสื่อมวลชนและลูกค้า ทำให้ฟาร์มลุงรีย์มีคนรู้จักอย่างรวดเร็ว มาอุดหนุนสินค้ากันถึงหน้าบ้านและสนใจเข้ามาสอบถามข้อมูลอยู่เสมอ ซึ่งคุณชารีย์เต็มใจให้คำปรึกษา


     ซึ่งคุณชารีย์มีความมุ่งมั่นอยากทำให้ทุกคนเห็นว่า เกษตรกรรมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป คนรุ่นใหม่หรือทุกอาชีพก็สามารถทำได้ ภายใต้สโลแกน ”ธรรมชาติออกแบบได้”

     ด้วยวิธีเลี้ยงง่ายๆ ใส่กะละมัง เจาะรู ซ้อนกันเป็นชั้นๆ โรยแกลบ ใส่เศษผัก ใส่มูลวัว นำไส้เดือนใส่ลงไป ครอบตาข่ายปิด ถือเป็นที่ทิ้งเศษผักผลไม้ประจำบ้าน โดยให้ไส้เดือนทำงานแทนตลอด 24 ชั่วโมง ประหยัดพื้นที่ เพียงให้น้ำ ดูแลแค่สัปดาห์ละครั้ง รักษาความชื้นไว้เสมอ กระบวนการจบภายใน 1 เดือน

     ได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ อาทิ ปุ๋ยมูลไส้เดือน ซึ่งเป็นปุ๋ยที่เหมาะกับคนเมืองที่สุดในบรรดาปุ๋ยอินทรีย์ด้วยกัน เพราะมีแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นต่อพืชครบถ้วน ทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม
     อีกทั้งยังจำหน่ายไส้เดือนดินสายพันธุ์แอฟริกัน ที่ถูกขนานนามว่าเป็นเครื่องจักรชีวภาพย่อยสลายขยะ สามารถย่อยขยะอินทรีย์ต่างๆ ได้ถึง 240-300 กรัมต่อวัน นำมาใช้เลี้ยงขุนสัตว์ให้สมบูรณ์ เช่น ปลา กบ หมู ไก่ หรือเป็นเหยื่อล่อในการตกปลาได้

     ปัจจุบันฟาร์มไส้เดือนลุงรีย์เข้าสู่ปีที่ 5 มีฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้นและหลากหลายกลุ่มทั้งเกษตรกร ชาวบ้าน ร้านขายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค หรือคนรุ่นใหม่ที่สนใจ ซึ่งเปิดสอนอบรมสร้างพื้นที่ทิ้งขยะเศษผักสดและผลไม้ประจำครัวเรือนเพื่อผลิตปุ๋ยจากการเพาะเลี้ยงไส้เดือนดิน ภายใต้ชื่อโครงการ เกษตรสร้างสรรค์ “สวนผักโรงรถ” ในราคาเป็นกันเอง


     ทั้งยังคาดว่าในปีหน้าจะสามารถจำหน่ายปุ๋ยไส้เดือนได้เฉียด 1,000 ตันต่อปี และขยายตัวไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย

ปลูกแล้วไม่มีที่ขาย ซื้อ-ขาย "ไส้เดือน" ได้ที่
VV คลิก VV

* * * * *
ที่มา : http://www.matichon.co.th/news/41690
อุปกรณ์ปลูกผัก Hydroponics
Kaset NANA เกษตร นานา : สาระมากมายเกี่ยวกับเกษตร. Powered by Blogger.